แหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง

เที่ยวภาคกลาง

   ปัจจุบันในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยี่ยมชมความงดงาม ของงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของช่างสิบหมู่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จำนวนมาก          กรุงเทพมหานคร มหานครแห่งความยิ่งใหญ่ มหานครแห่งความรัก ความหวัง และการสรรค์สร้าง มหานครที่มีร่องรอยของประวิติศาสตร์อันงดงาม เป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนาที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา เป็นที่ที่จะหาความสุขได้หลากหลายจากอาหารเลิศรส ที่พักทันสมัย แหล่งช็อปปิ้งที่ละลานตา และสถานบันเทิงที่พรั่งพร้อมความทันสมัยไม่น้อยหน้าที่ใดในโลก จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกลงความเห็นว่า กรุงเทพมหานครคือสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
      วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต

 

แหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง

 

สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี

กาญจนบุรีดินแดนที่มีหน้าบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาตลอดทุกยุคสมัย และนักท่องเที่ยวน้อยคนนัก ที่จะไม่เคยเดินทางมาสัมผัสกับดินแดนแห่งนี้ ปัจจุบันกาญจนบุรีก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์อยู่ไม่เสื่อมคลาย ด้วยความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ประเพณี และวิถีชีวิตชุมชนที่หลากหลาย รวมถึงร่องรอยประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บทเรียนราคาแพงจากความโหดร้ายของสงคราม อันเป็นที่มาของสะพานข้ามแม่น้ำแคว  และทางรถไฟสายมรณะที่โด่งดังไปทั่วโลก

สะพานข้ามแม่น้ำแคว  อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของโลก  เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์ทั้งเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร และกรรมกรเรือนหมื่น  เพื่อก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ไปสู่ประเทศพม่า  ด้วยระยะทางยาว กว่า 415 กิโลเมตร  ฝ่าป่าดงดิบที่รกชัฏ  ทะลุผ่านภูเขาหิน  เลียบเลาะริมหน้าผาสูงชัน  ด้วยความยากลำบาก  ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งต้องสร้างข้ามแม่น้ำแควใหญ่ที่  ตำบลท่ามะขาม  จึงเรียกว่า “สะพานข้ามแม่น้ำแคว”  ปัจจุบันเส้นทางรถไฟสายนี้ไปสิ้นสุดที่สถานีน้ำตก อำเภอไทรโยค  ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย  ได้เปิดบริการเดินรถไฟบนเส้นทางสายนี้เป็นประจำทุกวัน (น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น, น้ำตกแควใหญ่, กิจกรรมขี่ช้างล่องแพไม่ไผ่)

 

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา

ฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว นามแปดริ้วแห่งลุ่มน้ำบางปะกงแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของฉะเชิงเทราได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม ซึ่งสามารถแล่ได้ถึง 8 ริ้วด้วยกัน

ฉะเชิงเทรามีเรื่องเล่าขานมาแต่อดีตและยังคงปรากฏหลักฐานให้ลูกหลานได้ศึกษา ผู้คนส่วนใหญ่มักตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและลำคลองต่างๆ มีผืนป่าใหญ่อันสมบูรณ์กั้นระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ “หลวงพ่อโสธร” อันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้วและพุทธศาสนิกชนทั่วไป

 

เกาะเกร็ด นนทบุรี

นนทบุรี เมืองแห่งทุเรียนก้านยาวที่ขึ้นชื่อว่า หอม อร่อย และมีราคาแพงที่สุดของประเทศ แม้ทุกวันนี้วิถีชีวิตของผู้คนจังหวัดนนทบุรีได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป แต่นนทบุรียังเต็มเปี่ยมไปด้วยมนเสน่ห์ และมนต์ขลัง ซึ่งถ้าใครได้มาเที่ยวชมรับรองว่าจะหลงรักเมืองนนท์ เมืองแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างแน่นอน

เกาะเกร็ด เกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา สืบต่อความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีชาวมอญมาตั้งถิ่นฐานในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งยังปรากฏหลักฐานตามวัดวาอารามต่างๆ จนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะเจดีย์ทรงรามัญที่จำลองแบบมาจากพระธาตุเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดีที่ตั้งเอียงอยู่ริมแม่น้ำ เนื่องจากกระแสน้ำได้กัดเซาะตามวันเวลา

ทุกวันนี้ในช่วงวันหยุด นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวชมเกาะเกร็ดเป็นจำนวนมากและถือเป็นบทเริ่มต้นของการท่องเที่ยวชุมชนของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ทีเดียว

 

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอด 417 ปีแห่งการเป็นราชธานีของไทย อยุธยา ได้สั่งสมความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของชนชาติไทยไว้มากมาย จนองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก อยุธยาเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำ มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและก่อเกิดเป็นสายน้ำแห่งอารยธรรมที่ไหลผ่านอดีตกาลนำความภาคภูมิใจสู่ลูกหลานไทยในปัจจุบัน

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา บนเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ของเกาะเมืองอยุธยานั้น ซุกซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าอัศจรรย์ใจไว้มากมาย ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวได้หลายวิธีทั้งการนั่งรถราง, นั่งช้าง หรือจะเลือกชมยามค่ำคืนที่มีการจัด Mini Light @ Sound ก็ได้

 

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี

ลพบุรีหรือเดิมเรียกว่าเมืองละโว้เป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยสมัยก่อนประวัติศาสตร์พร้อมเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมอันน่าจดจำ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลพบุรีค่อนข้างเรียบง่ายมีธรรมชาติอันสวยงามดั่งดอกทานตะวันบานยามเช้าและไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเขื่อนดินกักเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทยตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์”

พระนารายณ์ราชนิเวศน์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความสำคัญของเมืองลพบุรี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2209 เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ณ เมืองลพบุรี แบ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอกเขตพระราชฐานชั้นกลางและเขตพระราชฐานชั้นในต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ซ่อมแซมขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2399 เพื่อให้เป็นราชธานีชั้นในและพระราชทานชื่อว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์”

 

ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา สมุทรสงคราม

สมุทรสงคราม  จังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศ เป็นเมืองที่มีความสำคัญยิ่งในด้านประวัติศาสตร์  เนื่องด้วยเป็นเมืองพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะแม่น้ำคลองทำให้เกิดวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีความผูกผันกับสายน้ำและคงเอกลักษณ์แห่งวัฒนธรรมไว้อย่างเหนี่ยวแน่น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเลือกชิมสดๆ นานาชนิด  ด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตดั้งเดิม จึงทำให้สมุทรสงครามมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไม่ขาดสาย

ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา สำหรับใครที่ได้มาเยือนสมุทรสงครามต้องไม่พลาดมาตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็นแห่งเดียวในประเทศ ที่รื้อฟื้นบรรยากาศการค้าขายทางน้ำให้คึกคักตลอดเรือนแถวไม้ริมน้ำสองฝั่งคลอง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือตามหาหิ่งห้อยใต้ต้นลำพู แล้วกลับมาพักผ่อนในบ้านพักหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบติดริมน้ำและแบบบ้านสวน ยามเช้าใส่บาตรดื่มด่ำไปกับวิถีชีวิตผู้คนริมสายน้ำแม่กลอง (เปิดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน สิงห์บุรี

สิงห์บุรี เมืองอู่ข้าวอู่น้ำและวิถีชีวิตของชุมชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย พร้อมวัดวาอารามศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าสวยสะดุดตา งานหัตถศิลป์ ถิ่นหัตถกรรมฝีมือชั้นเยี่ยม อาหารอร่อยจากปลาช่อนลำแม่ลา รวมถึงคนเมืองสิงห์บุรีนี้ ล้วนมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีแก่ผู้มาเยือน เมืองแห่งวีรชนคนกล้าผู้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องแผ่นดิน

อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน มีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องเตือนใจให้อนุชนรุ่นหลังรู้จักความสามัคคีและความเสียสละเพื่อผืนแผ่นดิน ณ ที่แห่งนี้บันทึกเหตุการณ์ความกล้าหาญและเสียสละของวีรชนไทยที่ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2308 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันได้รวมพลังกันต่อสู้กับกองทัพพม่าซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยพม่าต้องยกทัพเข้าตีหมู่บ้านนี้ถึง 8 ครั้ง ใช้เวลาถึง 8 เดือน พม่าถึงชนะได้

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply